Home MK Case Study สร้างแบรนด์ในกระแสโลกร้อน ความท้าทายของ "พีพี เพ็คเกจจิ้ง"
สร้างแบรนด์ในกระแสโลกร้อน ความท้าทายของ "พีพี เพ็คเกจจิ้ง" PDF Print E-mail
Written by Burim Otakanon   
Saturday, 05 July 2008 10:13
Case study No. 21 สร้างแบรนด์ในกระแสโลกร้อน ความท้าทายของ "พีพี เพ็คเกจจิ้ง"
คอลัมน์กรณีศึกษา

SMEs พลเทพ มาศรังสรรค์ ทายาทของโรงงานผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์โฟม พีพี เพ็คเกจจิ้ง จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายบรรจุภัณฑ์โฟม ได้เริ่มก้าวเข้ามาสืบสานงานของธุรกิจครอบครัวเมื่อไม่นานมานี้ โดยเริ่มต้นที่งานขายซึ่งเป็นทักษะที่ตนเองถนัด

พลเทพได้เล่าถึงความท้าทายของตนเองในฐานะของทายาทธุรกิจแห่งนี้ว่า ปัญหาของโฟมที่พบก็คือภาชนะโฟมเหมือนเป็นจำเลยของสังคมเพราะเป็นสาเหตุหนึ่งของปัญหาโลกร้อน ถึงแม้ว่าบริษัท พีพี เพ็คเกจจิ้ง ไม่ได้ใช้สาร CFC ซึ่งเป็นสารที่มีผลต่อการทำลายชั้นบรรยากาศมาใช้ในการผลิตสินค้าก็ตาม แต่ในตัวของผลิตภัณฑ์เองก็มีปัญหา เพราะวัตถุดิบในการผลิตโฟม ซึ่งมาจากน้ำมันมีราคาแพงขึ้น


ส่วนตัวผลิตภัณฑ์เอง ผู้บริโภคมักไม่เจาะจงยี่ห้อสำหรับสินค้าประเภทนี้

และทั้งหมดพรเทพได้พยายามแก้ปัญหามาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการคิดค้นวัตถุดิบทดแทนวัตถุดิบที่มาจากน้ำมันแบบเดิมๆ การรีไซเคิลโฟม การสรรหาวัสดุธรรมชาติมาใช้แทน รวมถึงการมองหากระบวนการที่เข้ามาลดต้นทุน และสุดท้ายบริษัทได้ตัดสินใจที่จะต้องเริ่มต้นสร้างแบรนด์เพื่อให้ลูกค้าเกิดความนิยมในแบรนด์สินค้าของพีพี เพ็คเกจจิ้งขึ้น

คำถามของพลเทพก็คือ ท่ามกลางกระแสโลกร้อนและทัศนคติในเชิงลบของ ผู้บริโภคต่อการใช้ภาชนะโฟม จะเริ่มต้นสร้างแบรนด์ให้กับสินค้าได้อย่างไรโดยใช้งบประมาณไม่มาก

อาจารย์บุริม โอทกานนท์ ประธานสาขาการตลาด วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล มีมุมมองและคำแนะนำต่อกรณีปัญหาและคำถามของทายาทกิจการ พีพี เพ็คเกจจิ้ง จำกัด ว่า ในประเด็นเรื่องโลกร้อน แม้ว่าคนจะเริ่มให้การตอบรับมากขึ้น แต่ถ้าถามว่าคนจะเลิกใช้โฟมหรือไม่ ผมมองว่าไม่ เพราะโฟม ถูก สะดวก และหาซื้อได้ง่าย

สำหรับเรื่องของการสร้างแบรนด์ ผมแนะนำว่า พลเทพจะต้องเริ่มต้นจากกลุ่มตลาดบน โดยต้องออกมาย้ำในจุดยืน ที่ชัดเจนของบริษัทในเรื่องการใส่ใจ สิ่งแวดล้อมทั้งประเด็นการใช้วัตถุดิบที่ปลอดสารทำลายชั้นบรรยากาศอย่าง CFC รวมถึงโครงการดีๆ อย่างการรับนำภาชนะโฟมใช้แล้วกลับไปรีไซเคิล ซึ่งทั้งหมดเป็นสิ่งที่บริษัททำอยู่แล้ว

กลยุทธ์ที่ใช้ก็คือการทำประชาสัมพันธ์ในเชิงของภาพลักษณ์ เช่นบริษัททำอะไรที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและหากเป็นการอนุรักษ์ก็ต้องประกาศให้คนนอกรับรู้ด้วย ซึ่งเริ่มต้นจากสิ่งดีๆ ที่ทำอยู่แล้วนั้นทำให้บริษัทสามารถเริ่มได้เลยและที่สำคัญต้นทุนจะต่ำมาก

ทุกวันนี้ผู้บริโภคเค้ามีทฤษฎีตีตราว่า คนที่ขายโฟมเลวหมด ถ้าคิดที่จะสร้างแบรนด์ก็ต้องพี.อาร์.ออกไปว่า ไม่ได้เป็นอย่างที่คิดกัน

และถึงแม้ว่าราคาน้ำมันในตลาดโลกมีแต่เพิ่มขึ้นทุกวัน บริษัทเองก็ไม่สามารถต้านทานและหลีกเลี่ยงราคาวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นได้อย่างแน่นอน ดังนั้นจึงต้องมีการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งไว้รองรับไว้ ซึ่งแนวทางการสร้างแบรนด์ที่ต้นทุนต่ำและได้ผลจะมีสองส่วนคือ

ส่วนแรกต้องทำกิจกรรมประชาสัมพันธ์ในเชิงภาพลักษณ์คอยบอกเล่าโครงการดีๆ เรื่องดีๆ ของบริษัท ต่อสาธารณชนอย่างต่อเนื่อง

ส่วนที่สอง ใช้วิธีเข้าถึงกลุ่มลูกค้าตรง ส่งสารขององค์กรไปยังลูกค้าทั้งผู้ขายส่ง พ่อค้า แม่ค้า ที่เป็นผู้ซื้อสินค้า มีการทำกิจกรรม การสร้างความสัมพันธ์ร่วมกันระหว่างบริษัทกับลูกค้า เช่น การปลูกป่า หรือออกโปรโมชั่นตลอดจนเคมเปญการตลาดพิเศษต่างๆ ตรงไปยังกลุ่มเป้าหมายดังกล่าว

วิธีนี้ไม่จำเป็นต้องเงินทุ่มเงินมากมายนัก และยังเป็นแนวทางที่น่าสนใจที่สุดในขณะนี้อีกด้วย 

เกี่ยวกับพลเทพ 

พลเทพ มาศรังสรรค์ เป็นนักศึกษาปริญญาโท สาขาการตลาด วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล

บทความตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์ ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 4001 (3201)

http://www.matichon.co.th/prachachat/prachachat_detail.php?s_tag=02biz06150551&day=2008-05-15§ionid=0214

Last Updated on Saturday, 23 October 2010 07:51
 

Status Center

1867739
TodayToday603
YesterdayYesterday1382
This weekThis week603
This monthThis month28759
AllAll1867739

Contact MK

Nuanwan Keansawat (Pook)
(Program Coordinator)
14th Floor CMMU, 69 Vipawadee Rangsit Rd., Phayathai, Bangkok 10400, Thailand.
Tel. 02-206-2000 Ext. 2145
Fax. 02-206-2090
E-mail: cmnuanwan@mahidol.ac.th