Coffee Station ปฐมบทของเถ้าแก่รุ่นใหม่ PDF Print E-mail
Written by Burim Otakanon   
Saturday, 05 July 2008 10:57

Case Study No. 22 Coffee Station ปฐมบทของเถ้าแก่รุ่นใหม่
คอลัมน์ กรณีศึกษา

กรณีศึกษาของวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดลฉบับนี้ขอนำเสนอมุมมองและทรรศนะด้านธุรกิจของทายาทผู้ประกอบการขนาดย่อม ต่อการดำเนินธุรกิจในแบบฉบับของตัวเอง

แทนที่ ก่อเกียรติ อิทธิวรคุณ จะเข้ามารับช่วงกิจการบริษัท เอี่ยม ฮง เส็ง ฮาร์ดแวร์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตเทปปิดรอยฝ้ายิปซัมและวัสดุสำหรับใช้ในวงการก่อสร้าง ต่อจากคุณพ่อที่เป็นผู้ก่อตั้งกิจการนี้ขึ้นมา เขากลับเลือกเป็นพนักงานขายลูกจ้างบริษัทอื่นเป็นเวลากว่า 4 ปี และตัดสินใจเปิดกิจการร้านกาแฟที่ชื่อ แอทคอฟฟี่สเตชั่น (@ Coffee Station)


ก่อเกียรติพูดถึงกิจการของครอบครัวว่า ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตอยู่นั้นมีการแข่งขันสูงและเทคโนโลยีในการผลิตสินค้าไม่ได้สลับซับซ้อน คนที่มีประสบการณ์ในการผลิตก็สามารถออกไปทำเองได้ จึงมีผู้ผลิตหน้าใหม่ๆ ผลิตสินค้าเข้าสู่ตลาดอยู่เรื่อยๆ

แต่ถึงกระนั้นทำไมเขาจึงตัดสินใจเลือกกิจการขายกาแฟ ก็เพราะตัวเองเป็นคนที่ชอบทานกาแฟและได้ศึกษาทั้งวิธีการชงกาแฟรวมถึงธุรกิจกาแฟมาพอสมควร ในส่วนตัวมองว่าธุรกิจนี้ถึงแม้จะแข่งขันสูงทั้งมีแบรนด์และไม่มีแบรนด์แต่ก็ยังสามารถโตได้อีกมาก จึงเป็นที่มาของร้านกาแฟแบบ เทกอะเวย์หรือนำกลับที่ชื่อว่า "@ Coffee Station" ซึ่งเจาะกลุ่มคนทำงานที่มักจะ แวะซื้อกาแฟก่อนเข้าออฟฟิศ หรือช่วงเวลาพักเที่ยง

ก่อเกียรติได้เล่าประสบการณ์ ปัญหาต่างๆ หลังจากเปิดกิจการมาได้ 6 เดือนว่า

เรื่องแรก เมื่อแรกที่เขาเปิดร้านอยู่นั้นไม่มีร้านกาแฟคู่แข่งเลย แต่เมื่อไม่กี่เดือนมานี้มีคู่แข่งที่เป็นสาขาของแบรนด์ใหญ่มาเปิดอยู่ข้างๆ เรื่องที่ 2 คือ เขามีปัญหาในเรื่องความเสถียรหรือความคงที่ของรสชาติการชงกาแฟ อยากให้คุณภาพของกาแฟทุกแก้วออกมาเหมือนกันและตรงกับที่ลูกค้าคาดหวัง

เรื่องที่ 3 การหาวิธีตั้งรับโปรโมชั่นและกลยุทธ์ทางการตลาดจากคู่แข่ง เพราะแทบจะทุกครั้งที่คู่แข่งมีกิจกรรมหรือโปรโมชั่น ใหม่ๆ ก็จะกระทบยอดขายของที่ร้านด้วย และเรื่องสุดท้าย หาก @ Coffee Station จะสร้างแบรนด์นั้นควรจะต้องเริ่มต้นอย่างไร

อาจารย์บุริม โอทกานนท์ ประธานหลักสูตรการตลาด วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล มองปรากฏการณ์ทางการตลาดที่ @ Coffee Station กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ว่า กรณีของคู่แข่งเป็นเรื่องที่ไม่มีใครสามารถเข้าไปควบคุมได้ ในการทำธุรกิจนักการตลาดต้องคอยมองดูคู่แข่งควบคู่ไปด้วย และจะต้องไม่ไปเสียเวลาอยู่กับคู่แข่งมากจนเกินไป เพราะปรากฏการณ์ทางการตลาดในทุกวันนี้ ธุรกิจส่วนใหญ่จะหลงทางอยู่กับคู่แข่งมากจนเกินไป จนลืมสนใจลูกค้า

อาจารย์บุริมแนะนำแนวคิดและแนวทางไว้ดังนี้

ประการแรก โจทย์ของ @ Coffee Station ได้วางตำแหน่งของแบรนด์ว่าคือร้านกาแฟสำหรับซื้อนำกลับ ดังนั้นสิ่งที่ร้านจะต้องทำให้ชัดเจนคือ ความเร็วของการชงกาแฟและการบริการ ผู้ซื้อต้องรอไม่นาน

ประการที่ 2 ร้านต้องมีการสร้างลอยัลตี้หรือความยึดติดในแบรนด์ให้กับลูกค้าประจำโดยสร้างให้ลูกค้าเห็นอย่างชัดเจนว่า ตัวลูกค้าเก่าจะมีอภิสิทธิ์ที่แตกต่างกับลูกค้าใหม่อย่างไรบ้าง สำหรับลูกค้าใหม่ก็ต้องมีวิธีที่ทำให้ลูกค้าเชื่อใจและย้ายฐานมาเป็นกลุ่มลูกค้าเก่าให้ได้

ประการที่ 3 ต้องหาจุดแตกต่างของ แบรนด์ ระหว่างแบรนด์ของเราและที่เป็นแบรนด์ดังว่าแตกต่างกันอย่างไร โดยใช้ระบบไดเร็กต์มาร์เก็ตติ้งให้มากขึ้น โดย ฝึกพนักงานให้เข้าหาลูกค้า พยายามให้พนักงานจดจำลูกค้าประจำให้ได้ สามารถทักทายและรู้ได้ทันทีว่าลูกค้าจะสั่งอะไร อย่างเช่น สวัสดีค่ะ พี่...เหมือนเดิมนะคะ อะไรแบบนี้ นอกจากจะมัดใจลูกค้าได้แล้วยังเพิ่มความรวดเร็ว ได้อีกด้วย

ประการที่ 4 @ Coffee Station จะต้องขยายสาขา กิจการที่อยู่ได้ดีในปัจจุบันคือ ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดใหญ่เท่านั้น ดังนั้นจะต้องเลือกว่าต้องการเล็กหรือใหญ่ และที่สำคัญหาก ก่อเกียรติต้องการสร้างกิจการร้านกาแฟให้เป็นแบบมืออาชีพก็ต้องวางแผนในการขยายให้รอบคอบอีกด้วย

บทความตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์ ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 08 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 3999 (3199)

http://www.matichon.co.th/prachachat/prachachat_detail.php?s_tag=02biz06080551&day=2008-05-08§ionid=0214

Last Updated on Saturday, 23 October 2010 07:51
 

Status Center

1986146
TodayToday1257
YesterdayYesterday1484
This weekThis week5554
This monthThis month29973
AllAll1986146

Contact MK

Nuanwan Keansawat (Pook)
(Program Coordinator)
14th Floor CMMU, 69 Vipawadee Rangsit Rd., Phayathai, Bangkok 10400, Thailand.
Tel. 02-206-2000 Ext. 2145
Fax. 02-206-2090
E-mail: cmnuanwan@mahidol.ac.th