Home Marketing Articles โดราเอม่อนเวย์: โมเดลการเป็นผู้นำแบบโดราเอม่อน (ตอนจบ)
โดราเอม่อนเวย์: โมเดลการเป็นผู้นำแบบโดราเอม่อน (ตอนจบ) PDF Print E-mail
Written by Burim Otakanon   
Sunday, 06 July 2008 21:27

โดราเอม่อนเวย์: โมเดลการเป็นผู้นำแบบโดราเอม่อน (ตอนจบ)
บทความโดย: ดร. พัลลภา ปีติสันต์ 

โดราเอม่อนในบทบาทของผู้นำหรือ ผู้นำในแบบฉบับโดราเอม่อนที่ นำเสนอทั้ง 3 ตอนนี้ เป็นเรื่องที่อยากจะนำมาร่วมแบ่งปันกับ คนที่เคยอยู่ในโดราเอม่อนเจเนอเรชันด้วยกัน รวมถึงหลายๆท่านที่อาจจะดูการ์ตูนร่วมกับบุตรหลาน ให้ได้มองเห็นในอีกมุมมองหนึ่ง หรือ มีอารมณ์ร่วมกับการ์ตูนเรื่องนี้ในอีกรูปแบบหนึ่งนอกเหนือไปจาก สงสารโดราเอม่อน หรือ โนบิตะ ในบางตอน หรือสะใจนิดๆที่โนบิตะเอาคืนไจแอ้นท์กับซูเนโอะได้ เพราะเรื่องราวของการ์ตูนโดราเอม่อนที่ผ่านมาแต่ละตอนมีทั้งความสนุกและข้อคิดดีๆ ให้เราได้เรียนรู้ในต่างมุมมองได้อยู่เสมอ

ในสองฉบับที่ผ่านมาได้นำเสนอแนวทางการปฏิบัติตัวในฐานะผู้นำของโดราเอม่อนในประเด็นเรื่องของความมุ่งมั่นในการทำงาน การเข้าใจและยอมรับจุดอ่อนของผู้ตาม และการให้โอกาสผู้ที่อยู่ภายใต้การดูแลของตัวเองได้ทดลองและเรียนรู้ ความเป็นนักวิเคราะห์ปัญหาและหาเครื่องมือที่เหมาะสมสำหรับแต่ละสถานการณ์ การทำงานเป็นทีม และความศรัทธาในความดีงามของคนในทีม

คุณสมบัติความเป็นผู้นำที่ดีซึ่งปรากฏออกมาผ่านการแสดงออกของโดราเอม่อนที่พบอยู่เสมอๆ ยังมีอีกดังนี้คือ

โดราเอม่อนแตกต่างแต่ไม่แตกแยก โดราเอม่อนคือหุ่นยนต์แมวไร้หูที่ถูกส่งมาจากโลกอนาคตและ มีรูปร่างหน้าตา แนวคิด และวิถีชีวิตต่างกับคนในยุคโนบิตะอย่างสิ้นเชิง แต่ความแตกต่างนั้นไม่ได้เป็นอุปสรรคในการอยู่ร่วมกันระหว่างโดราเอม่อนกับโนบิตะหรือคนอื่นๆรอบข้างเลย เพราะว่าโดราเอม่อนไม่ได้อวดตัวว่าวิเศษและพิเศษกว่าคนอื่นๆ รวมทั้งไม่ได้เรียกร้องให้คนอื่นๆต้องปรับตัวเข้าหาตน โดราเอมอนเป็นฝ่ายที่เรียนรู้และปรับตัวเข้าหาคนอื่นๆ

สังเกตได้ว่า มีหลายตอนที่เราจะเห็นโดราเอม่อนร่วมทำกิจกรรมต่างๆกับครอบครัวของโนบิตะ ไม่ว่าจะเป็นนั่งดูทีวีกับครอบครัว ช่วยคุณแม่ทำงานบ้านต่างๆ รวมถึงออกไปซื้อของที่ตลาดให้คุณแม่ หรือเวลาที่โดราเอม่อนต้องอยู่ร่วมกับคนอื่น เช่น ไจแอ้นท์ผู้ที่อยากจะเป็นนักร้องแต่ร้องเพลงไม่ได้เรื่องเลย โดราเอม่อนเองยอมนั่งทนฟังไจแอ้นท์ที่ร้องเพลงจนจบ

สำหรับโนบิตะ ซึ่งโดราเอม่อนสนิทด้วยที่สุดนั้น จะเห็นได้ว่าโดราเอม่อนไม่เคยอวดอ้างบุญคุณ แต่กลับอยู่ร่วมกับโนบิตะทั้งยามสุขยามทุกข์ และที่สำคัญคือทั้งสองคนจะทำงานร่วมกัน

โดราเอม่อนรู้จักที่จะเดินไปข้างหน้าอีกหนึ่งก้าวอยู่เสมอ หากมีการสังเกตการนำเสนอของการ์ตูนเรื่องนี้จะพบว่าโดราเอม่อน มักมองไปข้างหน้าแทนโนบิตะอยู่เสมอ เพราะรู้ดีว่านิสัยของโนบิตะเป็นอย่างไร มีจุดอ่อนและขาดความรอบคอบระมัดระวังในเรื่องใด ดังนั้นเราจะเห็นว่าบางครั้งโดราเอม่อนให้โนบิตะนำของวิเศษไปใช้นั้น จะเตือนก่อน และวางแผนในการแก้ไขเผื่อไว้เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายหรืออันตรายที่ยากเกินแก้ไข เช่นในโดราเอม่อนตอน "บันทึกการร่อนเร่ของโนบิตะ"

ในตอนนี้โนบิตะ เกิดอยากออกไปเผชิญโชคจากแรงบันดาลใจที่ได้อ่านเรื่องของโรบินสัน ครูโซ ด้วยการสร้างแพจากตะเกียบแล้วออกไปสำรวจเกาะ โดราเอม่อนได้เตือนถึงความยากลำบาก แต่เมื่อเห็นว่าโนบิตะมีความตั้งใจจริงก็ปล่อยให้โนบิตะได้ทดลองทำอย่างที่ตั้งใจไว้ หลังจากที่โนบิตะออกจากบ้านไป โดราเอม่อนก็รอจนคิดว่าโนบิตะนั้นออกทะเลไปเรียบร้อยแล้ว จึงได้ดึงมอนิเตอร์เพื่อจะได้เฝ้ามองโนบิตะ ผลปรากฏว่าแพของโนบิตะนั้นยังลอยเคว้งคว้างกลางทะเล เนื่องจากโนบิตะไม่ได้วางแผนการเดินทาง โดราเอม่อนจึงแอบเอาเครื่องช่วยหาเกาะไปติดไว้ที่ใต้แพ เพื่อให้แพของโนบิตะไปถึงฝั่งได้

โดราเอม่อนเองเมื่อแอบตาม ไปยังเกาะแห่งนั้นก็เอาขนมปังไปติดที่ต้นไม้ไว้ให้โนบิตะที่กำลังจะหมดแรงเดินเพราะไม่มีอาหาร และโดราเอม่อนรู้ดีว่าจะต้องเกิดปัญหานี้ขึ้น เนื่องจากก่อนที่โนบิตะจะออกจากบ้านมา โดราเอม่อนเตือนให้โนบิตะเอาเป้เสบียงมาด้วย แต่โนบิตะก็ไม่ยอมฟัง การที่ผู้ตามอย่างโนบิตะมีความกล้าที่จะทำอะไรที่ท้าทายได้ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากความช่วยเหลือจากมือที่มองไม่เห็นอย่างโดราเอม่อนที่มองไปข้างหน้าอีกก้าวนั่นเอง

และสุดท้ายซึ่งสำคัญที่สุดคือ โดราเอม่อนรู้จักคำว่าขอโทษ มีหลายๆตอนเลยที่เราพบว่า โดราเอม่อนเอ่ยปากขอโทษ ไม่ว่าจะเป็นการลืมที่จะทำตามที่คุณแม่ขอ หรือกับโนบิตะ เช่นในตอน "เครื่องใช้บังคับให้พูดความจริง" ในเนื้อเรื่อง โนบิตะถูกโยโกยาม่า ซึ่งเป็นเพื่อนอีกคนหนึ่งของ โนบิตะ ใส่ร้ายว่าเป็นคนทำกล้องของ ซูเนะโอะ หายไป ไม่มีใครๆเชื่อที่ โนบิตะ พูดเลยเพราะนิสัยขี้ลืมของ โนบิตะ โดราเอม่อนจึงให้ โนบิตะ ยืมเครื่องบังคับให้พูดความจริงไปใช้ ซึ่งแน่นอนโนบิตะลองใช้กับโดราเอม่อนเป็นคนแรก และพบว่าโดราเอม่อนเองยังไม่เชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าโนบิตะไม่ได้ทำกล้องหายไปจริงๆ ทำให้โนบิตะเสียใจ

โดราเอม่อนจึงขอโทษโนบิตะทันทีพร้อมให้เหตุผลว่าทำไมโดราเอม่อนจึงคิดอย่างนั้น ทำให้โนบิตะเข้าใจและรู้สึกมั่นใจในตัวเองและโดราเอม่อนเหมือนเดิม จนสุดท้ายทั้งสองพบว่าจริงๆแล้ว โยโกยาม่านั่นเองที่เป็นคนทำกล้องของซูเนโอะพังแล้วมาโทษโนบิตะ

จริงๆหลายๆครั้งที่คนเป็นผู้นำ ไม่กล้าที่จะเอ่ยปากขอโทษเวลาทำอะไรผิดไป เพราะกลัวว่าจะเสียฟอร์ม หากโดราเอม่อนนึกถึงจิตใจของโนบิตะ และเป้าหมายที่ตั้งไว้ จึงไม่ลังเลที่จะขอโทษผู้ตามอย่างโนบิตะ ในฐานะผู้นำ หากลองเอ่ยปากขอโทษสักครั้งเพื่อทำให้ทั้งเราและลูกน้องทำงานร่วมกันได้อย่างดีและบรรลุถึงเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ ก็น่าจะลองดูสักครั้ง แล้วครั้งต่อไปคงไม่ยากอย่างที่คิดไว้นะคะ

เกี่ยวกับผู้เขียน: ดร.พัลลภา ปีติสันต์ This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it อาจารย์ประจำสาขาการตลาด วิทยาลัยการจัดการมหาวิทยาลัยมหิดล

 จากหนังสือพิมพ์ ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 2310

http://www.thannews.th.com/detialNews.php?id=M3223102&issue=2336

Last Updated on Saturday, 23 October 2010 07:37
 

Status Center

1863611
TodayToday199
YesterdayYesterday1385
This weekThis week5028
This monthThis month24631
AllAll1863611

Contact MK

Nuanwan Keansawat (Pook)
(Program Coordinator)
14th Floor CMMU, 69 Vipawadee Rangsit Rd., Phayathai, Bangkok 10400, Thailand.
Tel. 02-206-2000 Ext. 2145
Fax. 02-206-2090
E-mail: cmnuanwan@mahidol.ac.th